รู้นรก-หนีนรก

รู้นรก-หนีนรก

ความทุกข์นั้นท่านแบ่งไว้เป็นสองประเภท คือ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติธรรมชาติ กับความทุกข์ที่เกิดจากใจของเราเอง (เราสามารถดับความทุกข์ด้วยการสมาธิ เจริญภาวนา ท่องบทสวดมนต์ หรือ ท่องบทสวดมนต์ก่อนนอน ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง คลายความเครียด และสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด)

ความทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติธรรมชาติ หรือความทุกข์ที่แม้ว่าเราไม่อยากให้เกิด มันก็ต้องเกิด ได้แก่ ความทุกข์ทางกาย อันเนื่องจาก การเกิด แก่ เจ็บป่วย ตาย เสื่อมสลายและพิการ หรือพูดอีกอย่างว่า ความทุกข์อันเกิดจากความไม่เที่ยงแท้ไม่ยั่งยืนของคนทุกคน แม้แต่ตัวของเราเอง ความทุกข์นี้มีมาพร้อมกับสัตว์โลกทั้งหลาย เมื่อเกิดขึ้นมาเป็นตัวเป็นตนก็ต้องผจญกับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และบังคับให้เป็นไปดังใจก็ไม่ได้ด้วย ความทุกข์พวกนี้จะแหวกม่านแห่งความสุขโผล่มาหาคุณเองโดยไม่เลือกเวลา พาให้เป็นทุกข์ทั้งตัวคุณเองและคนที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับคุณในบทสวดมนต์ประจำวัน

คนโบราณมากมายพยายามหาวิธีหนีจากความทุกข์ประเภทเสื่อมสลายไม่ยั่งยืนนี้ แต่ไม่มีใครทำสำเร็จ ทุกคนต้องพบกับความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก จากคนที่รักอยู่นับครั้งไม่ถ้วน คนที่อ้างว่าค้นพบยาอายุวัฒนะก็แก่ตายไปแล้ว คนที่มีอายุยืนก็ต้องพบกับสภาพช่วยตัวเองไม่ได้ และโรคร้ายจะมาถึงใครก็ได้ในวันนี้พรุ่งนี้ด้วยบทสวดมนต์

จนกระทั่งเมื่อสองพันห้าร้อยปีที่ผ่านมา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงได้พบหนทางแห่งการพ้นทุกข์นี้ คือ ไม่กลับมาเกิดเพื่อพบกับความทุกข์นี้อีก หรือการไปสู่ภาวะที่เรียกว่า นิพพาน และครั้งนั้น พระพุทธองค์ยังทรงพบอีกว่า นอกจากความทุกข์ที่เป็นปกติธรรมชาติแล้ว ยังมีความทุกข์อีกประเภทหนึ่งที่พาให้จิตใจของตนดำลึกสู่ห้วงเหวแห่งความอยากอย่างไม่มีวันจบสิ้น นั่นคือ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นจากกิเลสในใจของเราเองในบทสวดมนต์ประจำวัน

ความทุกข์ประเภทนี้มีอยู่ในคนทุกคน และเกิดขึ้นโดยไม่ทันรู้ตัวเช่นกัน แต่ยังดีที่มีวิธีควบคุมมิให้มันเกิดขึ้นได้ หรือลดได้เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว จึงเป็นความทุกข์ที่สามารถต่อสู้ป้องกัน หลีกเลี่ยงและเอาชนะได้ด้วยบทสวดมนต์ก่อนนอน

ความทุกข์ที่เกิดจากกิเลส และวิธีลดทุกข์อันเกิดจากกิเลสนี้ เป็นเรื่องราวที่เราจะเล่าให้ฟัง ขอขอบคุณหนังสือ ความจริงแท้อยู่แค่ปลายจมูก ที่เราได้นำเสนอข้อมูลต่างๆนี้เนื่องจากผมได้อ่านแล้วชอบในบทความเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ จึงต้องการให้ทุกท่านรับรู้สิ่งดีๆ ที่ผมได้รับจากหนังสือเล่มนี้เช่นกันหลังจากได้บทสวดมนต์

 

นรก

นรก

ถามใคร ใครก็ต้องตอบว่า นรก คือดินแดนแห่งการลงโทษคนบาปหลังความตาย ตามความเชื่อของคนทั้งหลายที่มีมาแต่โบราณ มีอยู่ในทุกศาสนา และทุกภาษาของทุกชาติ นรกอาจจะไม่มีจริงสำหรับคนประมาท แต่มีจริงแน่นอนสำหรับคนไม่ประมาท คนฉลาดจะไม่กล้าทำชั่ว จะคอยท่องบทสวดมนต์ เพราะกลัวว่าตายแล้วจะต้องตกนรกที่ว่านี้

แต่ไม่ว่าใครจะว่านรกมีจริง หรือไม่จริงก็ตาม กรุณาทราบไว้สักนิดว่า มีปรากฏในพระไตรปิฎก เทวทูตสูตร ถึงข้อความที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระภิกษุทั้งหลาย ที่พระวิหารเชตวัน นครสาวัตถี ครั้งนั้นว่า

ภิกษุทั้งหลาย เราย่อมมองเห็นหมู่สัตว์กำลังจุติ กำลังอุบัติ เป็นคนเลว เป็นคนดี มีผิวพรรณทราม ได้ดี ตกยาก ด้วยทิพจักษุอันบริสุทธิ์ยิ่งกว่าจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดว่าหมู่สัตว์นั้นเป็นไปตามกรรม…

…ย่อมรู้ว่า สัตว์ผู้กำลังเป็นอยู่นี้ ที่ประกอบด้วยกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียนพระอริยะ มีมิจฉาทิฐิ เชื่อมั่นในกรรม ด้วยอำนาจมิจฉาทิฐิ เมื่อตายแล้ว เกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ก็มี..

ผมจะไม่พูดถึงเรื่องนรกอเวจีหรือ นครโลกันต์หรือนรกขุมใดทั้งนั้น แต่กำลังจะพูดถึงนรกอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งคุณๆ ผู้มีชีวิตอยู่อาจจะตกได้ง่ายและคุณอาจจะตกได้ทุกวัน นั่นคือนรกในใจคุณเอง เพราะความจริงมีอยู่ว่า ทุกวันนี้ ไม่ว่าใจของคุณหรือใจของใครก็ตามล้วนเป็นใจที่ถูกครอบงำอยู่ด้วยกิเลส ตันหา อวิชชา อุปาทาน จนทำให้มีแต่ความทุกข์ร้อนกระวนกระวายใจ หาความสุขไม่ได้ดังปรารถนาพอจะสุข ทุกข์มันก็เข้ามาแทรกอยู่ร่ำไป คุณเองก็เคยพบเคยเห็นอย่างนั้นมาแล้วบ่อยครั้ง ดังนั้นเราจะมาท่องบทสวดมนต์ประจำวันกัน

ผมอยากให้ทุกท่านที่อ่านบทความนี้แล้วได้ท่องบทสวดมนต์ก่อนนอน และผมต้องให้เครดิตหนังสือ “ความจริง อยู่ที่ปลายจมูก” ซึ่งผมมีจุดประสงค์แค่เผยแพร่ความรู้ให้ทุกท่านได้เรียนรู้ไปด้วยกัน มิได้ต้องการเงินทอง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นของนอกกาย แต่ความดีเท่านั้นที่อยู่ภายในจิตใจ ขอบคุณที่ทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะครับ

บทสวดมนต์

บทสวดมนต์

วันนี้เราจะมากล่าวถึงการสวดมนต์ ซึ่งผมเชื่อว่าพุทธศาสนิกชนทั้งหลายต่างก็สวดมนต์ได้ อย่างน้อยๆก็ตั้งนะโม 3 จบ แต่ก็มีคำถามตามมาคือ หากเราต้องสวดมนต์ทั้งที จะต้องทำอย่างไรถึงจะเกิดบุญกุศลขึ้น

มีคำถามว่าทำไมต้องสวดมนต์?
การสวดมนต์นั้นถือเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งที่จะทำให้มนุษย์มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีสติ มีความสงบนิ่ง และตั้งมั่นอยู่กับบทสวดมนต์ นอกจากจะมีจิตใจที่เป็นสมาธิแล้ว การสวดมนต์ ยังเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย เพราะเมื่อสติเกิดปัญญาก็ย่อมเกิดตามมา จิตจะตั้งมั่นเป็นสมาธิ ทำให้ร่างกายเกิดพลังงานและต่อต้านการเจ็บไข้ได้ป่วย และสุขภาพร่างกายจะดีขึ้นในที่สุด และเด็กๆก็นิยมหาบทสวดมนต์ก่อนนอนทุกวัน

แล้วจะสวดมนต์อย่างไรให้ได้บุญกุศล?
วิธีสวดมนต์ที่ดีที่สุด คือเวลาทองบทสวดมนต์จิตใจต้องจดจ่ออยู่กับบทสวด และต้องระลึกนึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย ซึ่งมีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยจิตใจที่อ่อนโยน อ่อนน้อม เกิดความศรัทธา และจงเชื่อมั่นในคุณธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า และควรสวดมนต์ออกเสียงเพื่อทำกรรมทั้งสามให้สมบูรณ์ กล่าวคือ มโนกรรม กายกรรม และวจีกรรม ผลบุญกุศลจึงจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับภาษาบทสวดมนต์ต้องทราบถึงความหมายที่เราสวดไปด้วยจะยิ่งดี เท่ากับเป็นการเจริญทางด้านปัญญาที่ถูกต้องเหมาะสม หากบุญเก่าถึง ท่านอาจจะบรรลุธรรมได้ไวยิ่งขึ้น

มีบทสวดมนต์แนะนำไหม?
หากเริ่มแรกที่เราเริ่มสวดมนต์ควรสวดบทบูชาคุณพระรัตนตรัย คือ นะโม ตัสสะฯ แล้วต่อด้วย อิติปิโสฯ สวากขาโตฯ และจบด้วยสุปะฏิปันโนฯ เพื่อให้จิตใจมั่นคงในพระศรีรัตนตรัย ส่วนบทสวดมนต์อื่นๆนั้นขึ้นอยู่ที่ว่าจะสวดเพื่ออะไร เพราะแต่ละบทสวดมนต์จะไม่เหมือนกัน วัตถุประสงค์ในการสวดต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่นถ้าต้องการรบชนะข้าศึกก็ควรจะสวดพุทธชัยมงคลคาถา หรือที่เรียกกันตามประสาชาวบ้านว่า บดสวดพาหุง แต่ถ้าต้องนอนในป่าและป้องกันตัวเองจากสัตว์ร้ายหรือภูติผีปีศาจ ควรสวด บทเมตตาปริตร หรือหากต้องการเดินทางไปในที่ๆอันตรายควรสวด โมรปริตร ส่วนบทสวดคาถาชินบัญชร เป็นการสวดอัญเชิญพระอรหันต์และสาวกมาล้อมรอบตัวเองซึ่งไม่ค่อยเป็นประโยชน์ซักเท่าไหร่ถ้าผู้สวดยังบกพร่องในศีลธรรม

การทำบุญทำกุศลไม่จำเป็นต้องใช้เงินใช้ทองเสมอไป แค่เรามีจิตใจตั้งมั่นแน่วแน่ในการสวดมนต์นั่งสมาธิเพียงแค่นี้เราก็ได้กุศลผลบุญแล้ว

 

สวัสดีครับผมแอดมินเว็บบทสวดมนต์นะครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ ข้อมูลในเว็บไซด์ของเรา วัตถุประสงค์ของเราในการเปิดเว็บไซด์นี้เพื่อต้องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับพุทธศาสนา การฟังเทศฟังธรรม การสวดมนต์ และเราได้ทำการรวบรวมบทสวดมนต์ต่างๆ และจัดไว้เป็นหมวดหมู่ให้ท่านได้สามารถเปิดอ่านได้ทันที และไม่ต้องนั่งค้นหาจากเว็บอื่นๆ และบทความทางพระพุทธศาสนาทางทีมงานเราสัญญาว่าจะรวบรวมให้ได้มากที่สุด และอันดับแรกต้องขอขอบพระคุณทางวัดต่างๆที่ให้เราได้เผยแพร่เนื้อหาต่างๆของทางวัด และขอขอบคุณเว็บไซด์ต่างๆที่เราได้นำบทความของท่านมาเผยแพร่ต่อ